วิธียัดกระสอบทรายสำหรับซ้อมมวย ตอนที่ 2

 พี่เก้งเดินถือแก้วเหล้าไปตามโต๊ะต่างๆ พร้อมบอกกับทุกคนว่าคืนนี้จะเมาฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย ทุกคนเห็นพี่เก้งแล้วก็นึกเป็นห่วงเพราะพี่แกยกเหล้าขึ้นดื่มอึกๆ ยังกับดื่มนํ้าเปล่า แต่พญาผึ้งตาไวแอบเห็นแกอมไว้ แล้วไปบ้วนทิ้งที่กระถางต้นไม้ต้านหลังเก้าอี้จนกระทั้งพี่เก้งกะเวลาเมาไต้แล้ว จึงเริ่มการแสดงละครตบตาผู้คนทันที ด้วยการเดินเซซ้ายเซขวาขึ้นไปบนเวทีแล้วก็ขอไมคํโครโฟนจากนักดนตรีมาดำเนินรายการเป็นพิธีกรเสียเอง พร้อมกับบอกว่าจะขอร้องเพลงม้นลัๆ ให้ทุกคนไต้ลุกขึ้นยักย้ายส่ายสะโพกกันเพื่อนร่วมงานเข้าใจว่าพี่เก้งเมาแล้วสนุกดี โดยหารู้ไม่ว่าเป็นการเมาดิบ (แกล้งเมา) เมื่อดนตรีร็อคร้อนแรงมาพี่เก้งก็ใส่อารมณ์ร้องเพลงอย่างสนุกสนานโดยมีเพี่อนๆ ปรบมือตามไปด้วย พี่เก้งร้องอยู่บนเวทีไต้ครึ่งเพลง ก็เดินลงมาข้างล่างแล้วก็เดินไปตามโต๊ะเพื่อนๆ เป็นการเชิญซวน  ให้ทุกคนช่วยร้องเพลงตามร้องไปเต้นไปด้วยท่าทางลีลาขาเอค ทำให้เพื่อนๆ บางคนก็ลุกขึ้นเต้นตาม บางคนก็ส'งเสียงกรี๊ดเป็นกองเชียร์ ยกเว้น กระสอบทรายตั้งพื้นราคา พี่เทยกับแจงที,นั่งมองอย่างเฉยเมยไร้อารมณ์ร่วมด้วย“ไม่นึกเลยว่าพี่เก้งเมาแล้วจะซ่าส์ได้ขนาดนี้เต็มที่เลยพี่!.”พวกผู้ชายตะโกนสนับสนุน ยิ่งทำให้พี่เก้งวาดลวดลายสาวร็อคเกอรเต็มเหนี่ยว ช่วงจังหวะดนตรีเร้าใจ พี่แกก็โยนไมค์ขึ้นไปบนอากาศ แล้วก็กระโดดรับอย่างแม่นยำราวกับปีกมาแล้วเป็นอย่างดี แต่ทำเอากองเชียร์ลุ้นอย่างใจหายใจควํ่า เกรงว่าพี่เก้งจะรับพลาดล้มก้นกระแทกพื้น แต่พี่เทยกับแจงอาจจะลุ้นให้พี่เก้งล้มหัว  กระสอบทรายซ้อมมวย ฟาดพื้นก็เป็นได้ความมันส์ไม่เข้าใครออกใครพี่เก้งเดินควงไมค์ไปยังโต๊ะที่มีแจงนั่งอยู่

 พี่เก้งตั้งใจไปหยุดร้องเพลงอยู่ข้างๆ แจง พร้อมกับโยกย้ายส่ายสะโพกอยู่สีข้างของแจงนั่นเอง จนทำ'ให้แจงต้องเบี่ยงตัวหลบพ้ล้วันแต่แจงก๊โม่อาจที่จะลุกหนีไปได้ เพราะขณะนี้พี่เก้งยืนปีดทางไว้แล้ว อีกตั้งดีกรีความมันส์ของพี่เก้งได้พุ่งขึ้นสุดขีดด้วยการโยนไมค์ขึ้นไปบนอากาศอีกครั้ง และถ้ารับ56พลาด..เป้าหมายจะอยู่ที่ดิรษะของแจงพอดิบพอดีแต่..พี่เก้งคงยังไม่อยากให้ศีรษะทุยๆ ของแจงได้รับความกระทบกระเทือนประเดี๋ยวจะลืมเรื่องราวที่ทำให้พี่เก้งแค้นใจไปได้ง่ายๆ ดังนั้นพี่เก้งจึงใช้วิธีกระโดดคร่อมร่างของแจงเพื่อรับไมค์ที่โยนขึ้นไป และกำลัง,จะตกลงมายู่พื้น พี่เก้งจงใจที่จะกระโดดคร่อมร่างของแจงพร้อมกับใช้เท้าถีบโต๊ะของแจงล้มลงทันทีโครม!..ว้าย!..กรี๊ดตด   กระสอบทรายแบบตั้งพื้น  เสียงกรีดร้องของแจงร่วมกับคนที่นั่งอยู่ใกล้แจงดังลั่นห้องอาหาร เมื่อเห็นแก้วจานที่อยู่บนโต๊ะตกลงสู่พื้นแตกกระจายและเศษแก้วก็บาดแขนบาดมือแจงเลือดไหลซิบๆในขณะที่พื่เก้งสปริงตัวลุกขึ้นในทันทีหลังจากที่เอาตัวทับแจงให้โดนแก้วบาดไปแล้วแจงเห็นเลือดที,มือ และแขนของตัวเองก็กรีดร้องอย่างตกใจ เดือดร้อนถึงเพื่อนๆ ต้องเข้ามาช่วยพยุงแจงให้ลุกขึ้น เพื่อนอีกส่วนหนึ่งก็จับตัวพื่เก้งออกไปให้ห่างจากแจงผู้จัดการได้เช้ามาไกล่เกลี่ยโดยบอกว่าพี่เก้งไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นเพราะความเมาจึงทำให้สนุกจนเกินเหตุ  ผู้จัดการบอกแจงว่า  “อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมาเลยนะหนู”

(ผู้จัดการไม่รู้ว่าพี่เก้งบาดหมางกับแจง)ส่วนแจง งานนี้เจ็บตัวฟรี ในขณะที่พี่เก้งลอยตัวแบบสบายๆ แถมยังพูดอ้อแอ้แบบคนเมา (ดิบ) ให้ทุกคนรับรู้ แล้วกิหัวเราะลงคออย่างถูกใจแบบคนเมามีเพียงแจงกับพี่เทยเท่านั้นกระมังที่สัมผัสได้ถึงเสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจ เป้าชกมวย  (แค้น) นั้นผู้จัดการตัดปัญหาด้วยการประกาศขอยุติงานเลี้ยงแต่เพียงนั้น ก่อนที่จะมีใครอีกคนต้องเลือดตกยางออกไปเซ่นสังเวยความแค้น เอ๊ย! ความเมา (ดิบ) ของพี่เก้งอีกคนซึ่งคนๆ นั้นเป็นใครไปไม่ไค้นอกจากพี่เทย ที่รีบขอลาผู้จัด-การกลับบ้านก่อนใครเพื่อนหวังว่าเรื่องโหด มันสัแต่1ไม่ฮา แบบนี้คงจะไม่มีอยู่ในออฟฟิศแห่งไหนนะคะขอให้รักษาสัมพันธภาพของความเป็นเพื่อนร่วมงานกันไว้เถอะค่ะ แม้จะเป็นลักษณะ“ปากปราศรัยนํ้าใจเขีเอดคอ” หรือจะเป็น“ปากหวานก้นเปรี๋ยว” (ต่อหน้าพูดจาดีสับหลังนินทา)58ก็ยังดีกว่า “ปากก็โม่ยอมปราศรัย แถมยังจะใช้กำลังเร็5อดคอให้เลือดตกยางออก”ขอให้โซคดี เลือกสังกัดพรรคที่ไม่นิยมความรุนแรง

กระสอบทราย

ความคิดเห็น